วันที่ 1 | กรุงเทพมหานคร |
22.00 น. | คณะเดินทางพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 สายการบินเคนย่า แอร์เวย์ส แถว W เคาน์เตอร์ที่ 14 - 15 (หมายเหตุ : ให้ท่านจัดกระเป๋าเป้หรือกระเป๋าแบบยืดหยุ่นได้ (Soft shell) สำหรับพักค้าง 3 คืนในแทนซาเนีย เนื่องจากต้องมีบินเที่ยวบินภายใน ซึ่งเป็นเครื่องบินเล็ก ไม่สามารถบรรจุกระเป๋าใบใหญ่ได้ |
วันที่ 2 | เคนย่า – ไนโรบี – คิลิมันจาโร – อรุชา – โกรงโกโร |
01.00 น. | ออกเดินทางสู่กรุงไนโรบี ประเทศเคนย่า โดยสายการบินเคนย่า แอร์เวย์ส เที่ยวบิน KQ887 (ใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับจอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินฯ บริการ อาหารค่ำ ระหว่างเที่ยวบินสู่กรุงไนโรบี |
06.05 น. | เดินทางถึงสนามบินไนโรบี (NBO) แวะเปลี่ยนเครื่องเที่ยวบิน |
08.15 น. | ออกเดินทางจากสนามบินไนโรบี (NBO) สู่สนามบินคิลิมันจาโร (JRO) โดยเที่ยวบิน KQ426 |
09.15 น. | เดินทางถึงสนามบินคิลิมันจาโร (JRO) ปรเทศแทนซาเนีย นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านขึ้น รถจิ๊ป 4 WD แบบตะลุยซาฟารี สำหรับการท่องสู่ผืนป่าแห่งแทนซาเนีย สำหรับสนามบินคิลิมันจาโร เป็นสนามบินที่เรียกได้ว่าอยู่ใกล้กับบริเวณเทือกเขาคิลิมันจาโร หากอากาศดีท่านสามารถเห็นยอดเขาคิลิมันจาโร ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นภูเขาไฟยอดเดี่ยวที่สูงที่สุดในโลก และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปแอฟริกาอีกด้วย มีความสูงกว่า 5,895 เมตร ได้เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองอรุชา (Arusha) (ระยะทาง 52 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชั่วโมง) ซึ่งถือเป็นฐานบัญชาการในการท่องซาฟารีในเขตภาคเหนือของแทนซาเนีย และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศแทนซาเนียอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่สามารถเห็นยอดเขาเมรู หรือ Mt. Meru ที่สูงเป็นอันดับสองรองจากยอดเขาคิลิมันจาโร ท่านสามารถเก็บภาพความสวยงามของยอดเขาเมรู ก่อนนำท่านเดินทางท่องสู่ผืนป่าซาฟารีใหญ่เซเรงเกติ (Serengeti) แห่งประเทศแทนซาเนีย |
เที่ยง | รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น |
บ่าย | นำท่านเดินทางสู่แหล่งสงวนพันธุ์สัตว์ป่าโกรงโกโร (Ngorogoro Conservation Area) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแทนซาเนีย โกรงโกโร คือ ปล่องภูเขาไฟที่เป็นส่วนหนึ่งของเขตอนุรักษ์ ตั้งอยู่ห่างไปทางตะวันตก 180 กิโลเมตรจากเขตอรุชา (Arusha) เขตอนุรักษ์โกรงโกโรมีพื้นที่ทั้งหมด 6,480 ตารางกิโลเมตร อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,020 – 3,578 เมตร องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก - UNESCO) ยกย่องให้เขตอนุรักษ์โกรงโกโรเป็นมรดกโลก (World Heritage Site) ทางธรรมชาติ เมื่อปี ค.ศ. 1979 ภายในเขตอนุรักษ์โกรงโกโรประกอบด้วยภูมิประเทศที่หลากหลาย ทั้งที่ราบ ที่ราบสูง ทุ่งหญ้าสะวันนา และป่าไม้ ได้รับการจัดตั้งให้เป็นเขตอนุรักษ์เมื่อปี ค.ศ. 1959 เพื่อให้เป็นเขตสำหรับการใช้ที่ดินอย่างเป็นระบบ และอยู่ในการดูแลควบคุมอย่างใกล้ชิด โดยมีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่ มีระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ และมีชนเผ่ามาไซ (Maasai) ได้รับอนุญาตเข้าไปทำเกษตรกรรมและเลี้ยงสัตว์ได้ ระหว่างทางท่านจะได้ชมทัศนียภาพอันแปลกตา และหมู่มวลสัตว์ป่านานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น ช้าง ควายป่า ยีราฟ ม้าลาย หรือสัตว์นักล่าต่างๆ วันนี้เรียกได้ว่าเป็นวันแรกแห่งการเริ่มกิจกรรมกึ่งๆเกมส์ไดร์ฟ ระหว่างการเดินทางจากเขตอรุชาสู่ภูเขาไฟโกรงโกโร |
ค่ำ | รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก |
ที่พัก | Ngorongoro Serena Safari Lodge**** หรือเทียบเท่า |
วันที่ 3 | ปล่องภูเขาไฟโกรงโกโร – เกมส์ไดร์ฟ – อุทยานแห่งชาติเซเรงเกติ (พักค้าง 2 คืน) |
เช้า | รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่านเดินทางลงไปชมสัตว์ต่างๆในปากปล่องภูเขาไฟโกรงโกโร ซึ่งเรียกได้ว่าที่สุดของซาฟารีในประเทศแทนซาเนีย (Game drive) จากปากปล่องภูเขาไฟลงไปจนถึงก้นซึ่งเป็นที่ราบแบนๆนั้นค่อนข้างสูงมากทีเดียว เหมือนมองจากภูเขาสูงๆลงไปยังที่ราบเชิงเขา แต่พอถึงก้นปล่องแล้วจะไม่รู้สึกว่าทึบหรืออึดอัด เพราะที่นี่เป็นที่ราบในปากปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความกว้างถึง 18 กิโลเมตร เนื่องจากทางขึ้นที่สูงชันทำให้สัตว์ต่างๆในนี้จะออกไปข้างนอกไม่ได้ จึงทำให้มีสัตว์ต่างๆขยายพันธุ์และอาศัยอยู่มากมาย สำหรับภูเขาโกรงโกโร เป็นภูเขาไฟที่มีอายุหลายล้านปี มีปล่องที่พ่นลาวาออกมาใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง มีสัตว์ต่างๆอาศัยอยู่มากมาย เช่น ฝูงวิลเดอร์บีช ม้าลาย กวางต่างๆ รวมทั้งสัตว์นักล่าอย่างเช่น สิงโต เป็นต้น ในที่ราบกลางปล่องภูเขาไฟนี้ยังมีทะเลสาบหลายแห่ง ซึ่งเป็นที่อยู่ของฝูงนกฟลามิงโก้จำนวนมากด้วย ปล่องภูเขาไฟโกรงโกโร ซึ่งก่อนเกิดการระเบิดเมื่อหลายล้านปีก่อน เป็นภูเขาลูกโดดที่ใหญ่ที่สุดในโลก บริเวณพื้นราบในปล่องกว้างใหญ่จนไม่อาจเห็นอีกฟากหนึ่งได้ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆจำนวนมาก อิสระให้ท่านได้เก็บภาพสัตว์ป่านานาชนิดได้ตามอัธยาศัย |
เที่ยง | รับประทานอาหารกลางวันแบบปิคนิค |
บ่าย | นำท่านเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติเซเรงเกติ (Serengeti National Park) ซึ่งเป็นอุทยานที่กว้างใหญ่ที่สุดของแทนซาเนีย มีเนื้อที่ครอบคลุมถึง 14,763 ตารางกิโลเมตร ไม่เพียงกว้างใหญ่ที่สุดเท่านั้นแต่ยังเป็นอุทยานที่มีสัตว์มากที่สุดด้วย นำท่านออกชมสัตว์ต่างๆระหว่างทางสู่ที่พัก ท่านจะตื่นตาตื่นใจกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ที่ราบเซเรงเกติ เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ“โกรงโกโร” เมื่อหลายล้านปีมาแล้ว อุทยานแห่งชาติเซเรงเกติ (Serengeti National Park) ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศแทนซาเนียในทวีปแอฟริกาในปี ค.ศ. 1981 คำว่า เซเรงเกติ มาจากคำว่า ไซรินกิตู (Siringitu) ในภาษามาไซ หมายถึง "สถานที่ซึ่งแผ่นดินเคลื่อนที่ตลอดกาล" ชื่อนี้ได้มาเนื่องจากความกว้างใหญ่ที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดของที่ราบแห่งนี้ และที่นี่เป็นอุทยานที่ท่านจะได้เห็นการย้ายถิ่นฐานของฝูงสัตว์ป่านับล้านตัวที่รู้จักในนาม “Great Migration” |
ค่ำ | รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก |
ที่พัก | Serengeti Serena Safari Lodge **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1) |
วันที่ 4 | อุทยานแห่งชาติเซเรงเกติ |
เช้า | รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่านออกชมสัตว์ต่างๆในทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ของเซเรงเกติ (Game Drive) ท่านอาจมีโอกาสเห็นฝูงสิงโตกำลังกินควายป่า หรือ วิลเดอร์บีช นอกจากนี้เป็นช่วงที่ท่านจะได้ชมการเดินทางของฝูงวิลเดอร์บีช ม้าลาย และสัตว์ป่านานาชนิดนับล้านตัวที่จะมีการย้ายถิ่นฐานในแต่ละเดือนหรือที่เรียกว่า “The Great Migration” (ท่านสามารถเลือกซื้อ Optional Tour : ขึ้นบอลลูนในราคาท่านละ 500 USD ซึ่งสามารถดูฝูงสัตว์ในมุมสูงแบบ Bird Eyes View ได้) อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความน่าอัศจรรย์ของฝูงสัตว์ป่า และทัศนียภาพของภูมิประเทศแห่งแทนซาเนีย |
เที่ยง | รับประทานอาหารกลางวันแบบปิคนิค |
บ่าย | นำท่านออกชมสัตว์ต่อ (Game Drive) นอกจากฝูงสัตว์กินหญ้าอย่าง วิลเดอร์บีช ม้าลาย อิมพาล่า และอื่นๆแล้ว ท่านยังจะได้ชมสัตว์นักล่าต่างๆที่ตามล่าหาอาหารด้วย เช่น สิงโต เสือชีต้าร์ หรือ เสือดาวอีกด้วย ในที่ราบเซเรงเกตินี้ มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอาศัยอยู่กว่า 3 ล้านตัวนับตั้งแต่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีกว่า 415 ประเภทจากหนูแคระตัวจิ๋วไปจนถึงช้างป่าแอฟริกาที่เป็นสัตว์บกใหญ่ที่สุดในโลก สัตว์เลื้อยคลาน และจระเข้ 168 ชนิด กบกับคางคกอีก 163 พันธุ์ ปลาน้ำจืดเกิน 1,000 ชนิด และนกนานาชนิดกว่า 1,500 สายพันธุ์ ทั้งนกกระจาบตัวเล็กเท่าหัวแม่มือ จนถึงนกใหญ่ที่สุดในโลกอย่างนกกระจอกเทศ ให้ท่านได้เก็บภาพความน่าประทับใจแบบเต็มอิ่มก่อนเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น |
ค่ำ | รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม |
ที่พัก | Serengeti Serena Safari Lodge **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2) |
วันที่ 5 | เซเรงเกติ – อุทยานแห่งชาติโกรงโกโร – ทะเลสาบมากาดิ – ชมฝูงฟลามิงโก - ทะเลสาบแมนยารา |
เช้า | รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบมากาดิ (Lake Magadi) ซึ่งเป็นทะเลสาบตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติโกรงโกโร และจะพบเห็นฝูงนกฟลามิงโกที่จะอพยพมาในช่วงเดือน พฤศจิกายน - พฤษภาคม ของทุกปี |
เที่ยง | รับประทานอาหารกลางวันแบบปิคนิค |
บ่าย | นำท่านชมและถ่ายรูปกับ ฝูงนกฟลามิงโก ที่อาศัยอยู่ในบริเวณทะเลสาบมากาดิ ที่ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบน้ำเค็ม ที่สามารถพบเห็นฝูงนกฟลามิงโก สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติแมนยารา (Lake Manyara National Park) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทะเลสาบน้ำเค็มอันเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงนกฟลามิงโก เนื่องจากนํ้าในทะเลสาบแห่งนี้ มีความลึกเพียงไม่กี่เมตรและเต็มไปด้วยสาหร่ายสีแดงอันเป็นอาหารของนกฟลามิงโก จึงทําให้ทะเลสาบแห่งนี้มีนกฟลามิงโกนับแสนตัว หากมองจากที่สูงจะเห็นเป็นสีชมพู นอกจากนกฟลามิงโกแล้ว บริเวณโดยรอบทะเลสาบแห่งนี้ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกชนิด ต่างๆ อีกมากกว่า 400 สายพันธุ์ จึงถือเป็นแหล่งดูนกที่สําคัญอีก แห่งหนึ่งของโลก อิสระให้ท่านได้เก็บภาพตามอัธยาศัย |
ค่ำ | รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก |
ที่พัก | Lake Manyara Hotel**** หรือเทียบเท่า |
วันที่ 6 | อุทยานแห่งชาติแมนยารา – อรูชา – ไนโรบี |
เช้า | รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองอรูชา (Arusha) ระหว่างทางท่านจะได้ชมทัศนียภาพของทุ่งหญ้าสะวันนา และวิถีการดำเนินชีวิตของชนพื้นเมืองแห่งแทนซาเนีย |
เที่ยง | รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น |
บ่าย | นำท่านเยี่ยมชม ไร่กาแฟ (Coffee Plant) อันมีชื่อเสียงของประเทศแทนซาเนีย ให้ท่านได้มีโอกาสลิ้มรสชาติของกาแฟแทนซาเนียอันเลื่องชื่อ และชมกรรมวิธีการผลิตกาแฟ พร้อมทั้งให้ท่านได้เก็บภาพทัศนียภาพไร่กาแฟแห่งภูมิภาคแอฟริกา นำท่านสู่ หมู่บ้านศิลปะวัฒนธรรมของแทนซาเนีย (Cultural Village) ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและพลอยของแทนซาเนีย ให้ท่านได้ชมวิถีชีวิตของชาวแทนซาเนีย อิสระให้ท่านได้เก็บภาพตามอัธยาศัย |
ค่ำ | รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร |
22.30 น. | นำท่านเดินทางสู่สนามบิน คิลิมันจาโร |
ที่พัก | Lake Nakuru Sopa Lodge **** หรือเทียบเท่า |
วันที่ 7 | เคนย่า – ทะเลสาบนากูรู |
01.45 น. | ออกเดินทางจากสนามบิน คิลิมันจาโร สู่ สนามบินไนโรบี |
02.45 น. | เดินทางถึง สนามบินไนโรบี นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง นำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก |
ที่พัก | Lazizi Premier Hotel / Crown Plaza Airport Hotel**** หรือเทียบเท่า |
เช้า | รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นําท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาตินากูรู (Nakuru National Park) (ระยะทาง 170 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ช.ม.) ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่เล็กที่สุดในสาธารณรัฐเคนย่า มีพื้นที่ประมาณ 582,650 ตารางกิโลเมตร ประกอบไปด้วยภูเขาและเป็นป่า พุ่มไม้ และ หนองนํ้าที่เป็นส่วนของทะเลสาบ มีสมญานามว่า ทะเลสาบสีชมพู เนื่องจากเป็นแหล่งอาหารของนกฟลามิงโก้ (Flamingo Bird) ในช่วงกรกฎาคมถึงตุลาคม จะพบนกฟลามิงโก้สีชมพูนับแสนตัวในทะเลสาบแห่งนี้ อีกทั้งในเขตนี้ยังเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์แรดดํา และแรดขาวที่ใกล้สูญพันธุ์ ทั้งยังเป็นถิ่นที่อยู่ของเสือดาว สัตว์สําคัญที่หาชมได้ยาก |
เที่ยง | รับประทานอาหารกลางวันในโรงแรม |
บ่าย | นําท่านชม ทะเลสาบนากูรู (Naguru Lake) ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติทะเลสาบนากูรูในเขตริฟท์วัลเล่ย์หรือเขตที่ราบสูงและหุบเขาใจกลางประเทศเคนย่า บริเวณแห่งนี้ในสมัยก่อนเป็นภูเขาไฟที่มีแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ไหลสู่ทะเลสาบ และมีสาหร่ายแกมเขียวทําให้เกิดสารอินทรีย์มีกลิ่นเหม็น และเป็นฟองบางครั้งก็ถูกเรียกว่า Soda Lake และเนื่องจากนํ้าในทะเลสาบแห่งนี้ มีความลึกเพียงไม่กี่เมตรและเต็มไปด้วยสาหร่ายอันเป็นอาหารโปรดของนกฟลามิงโก้ จึงทําให้ทะเลสาบแห่งนี้มีนกฟลามิงโก้นับแสนตัว หากมองจากที่สูงจะเห็นเป็นสีชมพู นอกจากนกฟลามิงโก้แล้ว บริเวณโดยรอบทะเลสาบแห่งนี้ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกชนิด ต่างๆ อีกมากกว่า 400 สายพันธุ์ จึงถือเป็นแหล่งดูนกที่สําคัญอีก แห่งหนึ่งของโลก จากนั้นนําท่านทํากิจกรรมเกมไดร์ฟ (Game Drive) หรือนั่งรถเปิดหลังคาตะลุยป่าเพื่อตามหาเหล่า Big 5 เป้าหมายของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเคนย่า คือ สิงโต เสือดาว แรด ช้าง และ ควายป่า ที่ใช้ชีวิตอยู่ตาม ธรรมชาติ นอกจากนี้ เรายังสามารถที่จะชมสัตว์อื่นๆ ที่หาดูได้ยากจากธรรมชาติแห่งนี้ อาทิเช่น ยีราฟ กวาง ม้าลาย ลิงบาบูน และหมูป่า |
ค่ำ | รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม |
ที่พัก | Lake Nakuru Sopa Lodge **** หรือเทียบเท่า |
วันที่ 8 | มาไซมารา (พักค้าง 2 คืน) |
เช้า | รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่านออกเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติ มาไซมารา หัวใจของการท่องซาฟารี แห่งเคนย่า การเดินทางในเช้าวันนี้ค่อนข้างไกล และถนนหนทางค่อนข้างสมบุกสมบัน มีโอกาสผ่านหมู่บ้านและเมืองเล็กเมืองน้อยหลายเมือง เมื่อเข้าเขตมาไซมารา จะมีโอกาสพบเห็นชนเผ่ามาไซต้อนฝูงวัวไปตามทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ พูดถึงฐานะของชาวมาไซว่าร่ำรวยแค่ไหน จะวัดกันจากจำนวนวัวว่ามีมากน้อยเท่าไร และชาวมาไซยังกินเลือดวัวสดๆ ผสมกับนมวัวเป็นอาหาร นัยว่าช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงบึกบึน |
เที่ยง | รับประทานอาหารกลางวันแบบปิคนิค |
บ่าย | นำท่านทำกิจกรรม (Game Drive) ในอุทยานแห่งชาติมาไซมารา ซึ่งได้ชื่อว่ามีสัตว์ให้ดูมากชนิดที่สุดในเคนย่า อุทยานแห่งชาติมาไซมาราตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเคนย่า ถือเป็นผืนป่าผืนเดียวกับอุทยานแห่งชาติ เซเรงเกติ (Serengeti National Park) ของประเทศแทนซาเนีย บนความสูง 1,588 เมตร แต่ขนาดของอุทยานแห่งชาติมาไซมารานั้นมีขนาดเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับเซเรงเกติ เพราะมีเนื้อที่เพียง 1,510 ตารางกิโลเมตร |
ค่ำ | รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม |
ที่พัก | Mara Serena Safari Lodge **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1) |
วันที่ 9 | มาไซมารา |
เช้าตรู่ | นำท่านออกชมสัตว์และสัมผัสบรรยากาศของอุทยานแห่งชาติมาไซมาราในช่วงเช้าตรู่ (Early Morning Game Drive) ให้ท่านสัมผัสทั้งบรรยากาศ พฤติกรรมของสัตว์บางชนิดที่ออกหากินในตอนเช้าตรู่ และสัตว์ที่กลับจากการล่าเหยื่อในตอนกลางคืน พร้อมชมบรรยากาศยามพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางธรรมชาติ (ท่านสามารถเลือกซื้อ Optional Tour : ขึ้นบอลลูนในราคาท่านละ 500 USD ซึ่งสามารถดูฝูงสัตว์ในมุมสูงแบบ Bird Eyes View ได้) |
10.00 น. | รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่านออกชมสัตว์ในอุทยานแห่งชาติมาไซมารา ผ่านกิจกรรม (Game Drive) ซึ่งได้ชื่อว่ามีสัตว์ให้ดูมากชนิดที่สุดในเคนย่า โดยเฉพาะในช่วงซึ่งเป็นฤดูกาลอพยพย้ายถิ่นเพื่อหาแหล่งอาหาร ซึ่งเป็นช่วงที่ท่านจะได้เห็นฝูงวิลเดอร์บีช จำนวนนับล้านตัว และม้าลายกว่า 5 แสนตัว รวมทั้งสัตว์อื่นๆอีกมากมาย จุดที่น่าชมที่สุดในอุทยานฯ คือ ริมฝั่งแม่น้ำมารา เพราะจะมีสัตว์ข้ามไปข้ามมามากมาย ทำให้เห็นการล่าของสัตว์เป็นประจำ โดยเฉพาะเป็นเหยื่ออันโอชะของจระเข้ รถจะขับไปตามจุดต่างๆ รอบอุทยานฯ เพื่อค้นหาสัตว์ต่างๆ ตามที่อยากพบเห็น ถ้าโชคดีอาจพบฝูงสิงโต เสือชีต้าส์ ฮิปโปฝูงใหญ่ หรือแม้กระทั่งหนึ่งใน Big Five ที่หายากนั่นคือ เสือดาว |
เที่ยง | รับประทานอาหารกลางวันแบบปิคนิค |
บ่าย | นำท่านเยี่ยมชมหมู่บ้านชาวมาไซมารา ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองที่อาศัยบริเวณนี้ และ เรียกได้ว่าเป็นชาวพื้นเมืองที่สามารถกระโดดแนวดิ่งได้สูงที่สุดในโลก ให้ท่านได้ชมวิถีการดำเนินชีวิต และ ชมวัฒนธรรมของชาวมาไซมารา อิสระให้ท่านได้เก็บภาพตามอัธยาศัย |
ค่ำ | รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม |
ที่พัก | ิMara Serena Safari Lodge **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2) |
วันที่ 10 | มาไซมารา – ไนโรบี – กรุงเทพ |
เช้า | รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่านเดินทางกลับสู่กรุงไนโรบี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง) ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์สองข้างทาง ตลอดจนสัตว์ป่าที่มักจะออกมาโชว์ตัวให้เห็นตลอดสองข้างทาง ไม่ว่าจะเป็น ม้าลาย ฝูงอิมพาลา ยีราฟ เป็นต้น |
กลางวัน | รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น |
บ่าย | นำท่านช้อปปิ้งของฝาก ณ ร้านขายสิ้นค้าพื้นเมือง นำท่านผ่านชมตัวเมืองไนโรบี เมืองหลวงของเคนย่า เป็นเมืองที่ทันสมัย งดงาม เป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยผังเมืองที่ดีที่สุดในแอฟริกาตะวันออก |
ค่ำ | รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารแบบ Carnivore |
21.00 น. | นำท่านเดินทางสู่ สนามบินไนโรบี เพื่อเชคอิน |
23.59 น. | ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินเคนย่า แอร์เวย์ส เที่ยวบินที่ KQ 886 สายการบินมีบริการอาหารค่ำและอาหารเช้าระหว่างเที่ยวบิน |
วันที่ 11 | กรุงเทพฯ |
13.50 น. | เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE) |